ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อรายรับจากการขายก่อนหักค่าใช้จ่ายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี โดยยื่น ภ.พ.01 ภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายรับเกิน ไม่ใช่รอสิ้นปี ยอดที่นับคือราคาที่ลูกค้าจ่าย ไม่ใช่ยอดที่โอนเข้าบัญชีหลังแพลตฟอร์มหักค่าธรรมเนียมแล้ว
นับยอด 1.8 ล้านอย่างไรให้ถูก
นี่คือจุดที่ผิดกันมากที่สุด และผิดในทางที่อันตราย เพราะทำให้คิดว่ายังไม่ถึงเกณฑ์ทั้งที่เลยมาแล้วหลายเดือน กฎหมายใช้คำว่า "รายรับก่อนหักค่าใช้จ่าย" ซึ่งหมายถึงราคาที่ลูกค้าจ่าย ค่าธรรมเนียมที่แพลตฟอร์มหักเป็นค่าใช้จ่ายของร้าน ไม่ได้ทำให้รายรับลดลง
| รายการ | จำนวน (บาท) | นับเข้าเกณฑ์ไหม |
|---|---|---|
| ยอดที่ลูกค้าจ่ายทั้งปี | 1,850,000 | นับ — นี่คือตัวที่ใช้เทียบกับ 1.8 ล้าน |
| ค่าธรรมเนียมที่แพลตฟอร์มหัก | −330,000 | ไม่หักออกจากยอดที่นับ |
| ยอดที่โอนเข้าบัญชีจริง | 1,520,000 | ไม่ใช่ตัวที่ใช้ตัดสิน |
จดแล้วต้องทำอะไรทุกเดือน
- คิดภาษีขาย 7% จากราคาสินค้าและค่าส่งที่เก็บจากลูกค้า
- ออกใบกำกับภาษีให้ผู้ซื้อ — เป็นหน้าที่ของร้าน ไม่ใช่ของแพลตฟอร์ม เพราะแพลตฟอร์มเป็นแค่ตัวกลาง
- ทำรายงานภาษีขายและรายงานภาษีซื้อทุกเดือน
- ยื่น ภ.พ.30 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป หรือถึงวันที่ 23 ถ้ายื่นผ่านอินเทอร์เน็ต — การขยาย 8 วันนี้มาจากประกาศที่มีอายุถึง 31 ม.ค. 2570 ต้องดูว่ามีต่ออายุหรือไม่
- เก็บใบกำกับภาษีซื้อไว้เป็นหลักฐาน — ไม่มีเอกสาร แปลว่าเคลมภาษีซื้อไม่ได้
กำไรหายไปเท่าไรจริง ๆ
คำตอบสั้น ๆ คือน้อยกว่า 7% เสมอ ถ้าต้นทุนของคุณมีภาษีซื้อติดมาด้วย เพราะ VAT ที่ต้องนำส่งคือส่วนต่างระหว่างภาษีขายกับภาษีซื้อ ไม่ใช่ภาษีขายทั้งก้อน และค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มก็มี VAT อยู่ข้างในอยู่แล้ว
ลองดูสินค้าตัวหนึ่ง ราคาขาย 500 บาท ต้นทุนสินค้า 250 บาท สมมติค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มรวม 18% ของราคาขาย (อัตราจริงของแต่ละแพลตฟอร์มดูได้จากตารางถัดไป) กรณีนี้สมมติว่าไม่ขึ้นราคาขายหลังจด VAT
| รายการ | ก่อนจด VAT | หลังจด VAT |
|---|---|---|
| ลูกค้าจ่าย | 500.00 | 500.00 |
| ภาษีขายที่ต้องแยกออก (7/107) | — | 32.71 |
| รายได้ของร้าน | 500.00 | 467.29 |
| ต้นทุนสินค้า (ซื้อจากผู้ขายที่จด VAT) | 250.00 | 233.64 |
| ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม | 90.00 | 84.11 |
| ภาษีซื้อที่เคลมคืนได้ | — | 22.25 |
| VAT ที่ต้องนำส่ง | — | 10.46 |
| กำไรต่อชิ้น | 160.00 | 149.54 |
แปลว่าการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดก่อนเข้าระบบ VAT ไม่ใช่เรื่องภาษี แต่เป็นเรื่องแหล่งซื้อ ร้านที่รับของจากซัพพลายเออร์ที่จด VAT อยู่แล้วแทบไม่รู้สึกอะไร ส่วนร้านที่รับของจากตลาดนัดหรือผู้ผลิตรายย่อยจะเจ็บเต็ม ๆ และควรคุยเรื่องใบกำกับภาษีกับซัพพลายเออร์ตั้งแต่ก่อนถึงเส้น 1.8 ล้าน
อัตราค่าธรรมเนียมจริงของแต่ละแพลตฟอร์ม
| แพลตฟอร์ม | ค่าคอมมิชชั่น | ค่าธุรกรรม | ค่าบริการอื่น | มีผลตั้งแต่ |
|---|---|---|---|---|
| ShopeePRIME Seller (ส่งฟรี Xtra) | 14.98% | 3.21% | 6.42% | 1 มิ.ย. 2569 |
| ShopeeMall | 17.12% | 3.21% | — | 1 มิ.ย. 2569 |
| Shopeeร้านค้าทั่วไป | 14.98% | 3.21% | — | 1 มิ.ย. 2569 |
| LazadaLazMall | 16.59% | 3.21% | — | 25 มิ.ย. 2569 |
| LazadaPremium Package (ส่งฟรี+วอเชอร์) | 14.98% | 3.21% | 7.49% | 1 ก.ค. 2569 |
| Lazadaร้านค้าทั่วไป | 14.98% | 3.21% | — | 25 มิ.ย. 2569 |
| TikTok ShopMall | 13.91% | 3.21% | 8.03%สูงสุด ฿199 | 5 ก.ค. 2569 |
| TikTok Shopร้านค้าทั่วไป | 11.77% | 3.21% | 8.03%สูงสุด ฿199 | 5 ก.ค. 2569 |
| Thaimartร้านค้าทั่วไป | 0% | 0% | — | 7 ก.ค. 2569 |
เลือกหมวดให้ตรงกับสินค้า — ค่าคอมแต่ละหมวดต่างกันมาก
ตัวเลือกเพิ่มเติม — ส่วนลด ค่าส่ง ต้นทุนอื่น ค่าคอม Affiliate
ไม่รู้ต้นทุนกล่อง/แพ็กต่อออเดอร์? คำนวณต้นทุนแพ็คให้ →
AFTERFEE
ใบแจกแจงกำไรต่อชิ้น
กำไรสุทธิ
฿000.00
กรอกราคาขาย แล้วดูกำไรจริงทันที
ใส่ราคาขายกับต้นทุนจริงของสินค้าคุณ ดูกำไรต่อชิ้นก่อน แล้วค่อยเอาไปเทียบกับตารางข้างบนว่าจด VAT แล้วเหลือเท่าไร
ขึ้นราคา 7% เพื่อชดเชยได้ไหม
ทำได้และเป็นทางที่ตรงที่สุด แต่บนแพลตฟอร์มที่ผู้ซื้อเรียงตามราคา การขึ้น 7% อาจทำให้ยอดหายมากกว่ากำไรที่ได้คืน ทางที่เสี่ยงน้อยกว่าคือดูเป็นรายตัว — สินค้าที่ลูกค้าเทียบราคาหนักให้กลืนไว้ก่อน ส่วนสินค้าที่คนซื้อเพราะร้านหรือเพราะไม่มีที่อื่นขาย ค่อยขยับ
หาจุดคุ้มทุน — ต้องตั้งราคาเท่าไรถึงได้กำไรที่ต้องการใส่กำไรต่อชิ้นที่อยากได้ แล้วให้มันคำนวณราคาขายย้อนกลับ ใช้ตั้งราคาใหม่หลังเข้าระบบ VAT ได้ตรง ๆข้อดีของการจด VAT ที่คนมักมองข้าม
- เคลมภาษีซื้อจากค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ค่าโฆษณา ค่าขนส่ง และค่าอุปกรณ์ที่มีใบกำกับภาษีได้ทั้งหมด
- ขายส่งให้ร้านที่จด VAT ง่ายขึ้น เพราะเขาต้องการใบกำกับภาษีไปเคลม
- ขายให้หน่วยงานราชการและบริษัทได้ ซึ่งเกือบทั้งหมดต้องการใบกำกับภาษี
- ระบบบัญชีที่ถูกบังคับให้ทำ ทำให้ตัวเลขกำไรจริงชัดขึ้นกว่าเดิมมาก
ถ้าเลยเกณฑ์มาแล้วแต่ยังไม่ได้จด
สถานะทางกฎหมายคือมีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มตั้งแต่วันที่รายรับเกินแล้ว แม้จะยังไม่ได้จดทะเบียน ปัญหาจริงคือภาษีขายในช่วงที่ผ่านมาต้องนำส่งเองทั้งหมด เพราะย้อนไปเก็บ 7% จากลูกค้าเก่าไม่ได้แล้ว ยิ่งช้ายอดยิ่งบวม
- รวมยอดขายรายเดือนย้อนหลังให้รู้ว่าเกินเกณฑ์วันไหน
- รวบรวมใบกำกับภาษีซื้อของช่วงนั้นให้ครบที่สุด — ทุกใบคือภาษีที่หักกลบได้
- ให้ผู้ทำบัญชีประเมินยอดภาษี เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มก่อนเข้าไปคุย
- ยื่น ภ.พ.01 และเข้าพบสรรพากรพื้นที่เพื่อจัดการส่วนที่ค้าง