AFTERFEE

ภาษีขายของออนไลน์ — สรุปทุกอย่างที่คนขายของบนแพลตฟอร์มต้องรู้

อัปเดตล่าสุด

คนขายของออนไลน์ส่วนใหญ่ไม่ได้กลัวภาษี แต่กลัวว่าจะไม่รู้ว่าตัวเองต้องทำอะไรบ้างจนกระทั่งโดนเรียกย้อนหลัง หน้านี้เรียงให้ครบทั้งสามเรื่องที่เกี่ยวกับร้านออนไลน์จริง ๆ — ภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และเกณฑ์ที่ธนาคารต้องส่งข้อมูลบัญชีให้สรรพากร พร้อมวันที่ต้องยื่นและตัวอย่างคำนวณที่ตรวจตามได้

ขายของออนไลน์ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากเงินได้ประเภทที่ 8 โดยยื่น ภ.ง.ด.94 ภายในเดือนกันยายนสำหรับครึ่งปีแรก และ ภ.ง.ด.90 ภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป ถ้ารายรับก่อนหักค่าใช้จ่ายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วันเพิ่มอีกหนึ่งเรื่อง

สามเรื่องที่ต้องแยกให้ออกก่อน

ความสับสนเกือบทั้งหมดเกิดจากการเอาสามเรื่องนี้มาปนกัน ทั้งที่เกณฑ์ วันที่ยื่น และผลของการไม่ทำ ต่างกันคนละแบบ แยกให้ขาดตั้งแต่ต้นแล้วที่เหลือจะง่ายขึ้นมาก

ภาษีและหน้าที่ตามกฎหมายสามเรื่องที่เกี่ยวกับร้านค้าออนไลน์ พร้อมเกณฑ์และกำหนดเวลา
เรื่องเกิดขึ้นเมื่อต้องทำอะไร
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามีเงินได้จากการขาย ไม่ว่ายอดเท่าไรยื่น ภ.ง.ด.94 (ครึ่งปี) และ ภ.ง.ด.90 (ทั้งปี)
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)รายรับก่อนหักค่าใช้จ่ายเกิน 1.8 ล้านบาท/ปีจดทะเบียน ภ.พ.01 ภายใน 30 วัน แล้วยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน
การส่งข้อมูลธุรกรรมลักษณะเฉพาะเงินเข้าบัญชีถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไม่ต้องทำอะไร — ธนาคารส่งเอง แต่ควรรู้ว่าสรรพากรเห็นอะไร
เรื่องที่สามไม่ใช่ภาษี และไม่ได้แปลว่าต้องเสียเพิ่ม แต่เป็นเหตุผลที่คนถูกเรียกตรวจย้อนหลังบ่อยที่สุด

1. ภาษีเงินได้ — ขายของออนไลน์คือเงินได้ประเภทที่ 8

รายได้จากการขายสินค้าถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) ซึ่งเป็นกลุ่ม "ธุรกิจ การพาณิชย์" การคำนวณเดินตามลำดับนี้เสมอ ไม่ว่าจะขายบนแพลตฟอร์มไหน

  1. รวมรายรับทั้งปี — คือยอดที่ลูกค้าจ่าย ไม่ใช่ยอดที่โอนเข้าบัญชีหลังแพลตฟอร์มหักแล้ว
  2. หักค่าใช้จ่าย — ร้านที่ซื้อมาขายไปเลือกได้ระหว่างหักเหมา 60% หรือหักตามจริงที่มีหลักฐาน ส่วนร้านที่ผลิตสินค้าเองต้องหักตามจริงเท่านั้น
  3. หักค่าลดหย่อน — ส่วนตัว 60,000 บาท บวกรายการอื่นที่มีสิทธิ
  4. ได้เงินได้สุทธิ แล้วคำนวณภาษีตามอัตราขั้นบันได 0–35%
หักเหมา 60% กับหักตามจริง อันไหนคุ้มกว่าสำหรับร้านคุณมีจุดคุ้มทุนที่คำนวณได้ตรง ๆ — ร้านที่ขายบนแพลตฟอร์มส่วนใหญ่ต้นทุนจริงเกิน 60% อยู่แล้ว

อัตราภาษีขั้นบันได

อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันได คำนวณจากเงินได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน
เงินได้สุทธิ (บาท)อัตราภาษี
0 – 150,000ยกเว้น
150,001 – 300,0005%
300,001 – 500,00010%
500,001 – 750,00015%
750,001 – 1,000,00020%
1,000,001 – 2,000,00025%
2,000,001 – 5,000,00030%
5,000,001 ขึ้นไป35%
เป็นอัตราแบบขั้นบันได — รายได้ที่ขยับข้ามขั้นเสียเฉพาะส่วนที่เกิน ไม่ใช่ทั้งก้อนถูกคิดอัตราใหม่

กำหนดเวลายื่น

แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ผู้ขายออนไลน์ต้องยื่น พร้อมกำหนดเวลา
แบบครอบคลุมช่วงยื่นภายในยื่นออนไลน์ถึง
ภ.ง.ด.94ม.ค. – มิ.ย. ของปีนั้นกันยายน8 ตุลาคม
ภ.ง.ด.90ทั้งปีภาษีมีนาคมของปีถัดไป8 เมษายน
ภาษีที่จ่ายไปกับ ภ.ง.ด.94 ไม่ได้จ่ายซ้ำ — เอาไปเป็นเครดิตหักออกตอนยื่น ภ.ง.ด.90 ปลายปี

2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม — เส้น 1.8 ล้านบาท

ถ้ารายรับจากการขายก่อนหักค่าใช้จ่ายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายรับเกิน ไม่ใช่รอสิ้นปีแล้วค่อยจด และไม่ใช่เกณฑ์ที่เลือกได้

ยอด 1.8 ล้านนับจากราคาที่ลูกค้าจ่าย ไม่ใช่ยอดที่เหลือหลังแพลตฟอร์มหักค่าธรรมเนียม ร้านที่ยอดขาย 160,000 บาทต่อเดือนจะถึงเส้นนี้ภายในปีเดียว ทั้งที่เงินเข้าบัญชีจริงอาจดูห่างจาก 1.8 ล้านอยู่มาก

จด VAT แล้วกำไรเปลี่ยนไปเท่าไร คำนวณให้ดูทีละบรรทัดทั้งด้านที่เสียเพิ่ม และด้านที่หลายคนไม่รู้ว่าได้คืน — ภาษีซื้อในค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม

3. ธนาคารส่งข้อมูลอะไรให้สรรพากรบ้าง

สถาบันการเงินและผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์มีหน้าที่รายงาน "ธุรกรรมลักษณะเฉพาะ" ให้กรมสรรพากรเป็นรายปี ภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป โดยดูจากยอดฝากหรือรับโอนของทุกบัญชีในธนาคารนั้นรวมกัน

เกณฑ์ธุรกรรมลักษณะเฉพาะที่สถาบันการเงินต้องรายงานต่อกรมสรรพากร
เข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งรายละเอียด
ฝากหรือรับโอนตั้งแต่ 3,000 ครั้ง/ปีนับจำนวนครั้งอย่างเดียว ไม่ดูยอดเงิน
ฝากหรือรับโอนตั้งแต่ 400 ครั้ง/ปี และยอดรวมตั้งแต่ 2 ล้านบาทต้องเข้าทั้งสองเงื่อนไขพร้อมกัน
นับแยกตามผู้ให้บริการแต่ละราย และนับเฉพาะเงินเข้า ไม่รวมเงินออก

ตัวอย่าง: ร้านเสื้อผ้า Shopee ยอดขาย 1.2 ล้านบาทต่อปี

สมมติขายได้ 1,200,000 บาท ต้นทุนสินค้ากับค่าธรรมเนียมและค่าส่งรวมกันคิดเป็น 68% ของยอดขาย มีค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาทอย่างเดียว ลองเทียบวิธีหักค่าใช้จ่ายสองแบบ

เปรียบเทียบภาษีเงินได้ที่ต้องจ่ายเมื่อหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 60% กับแบบตามจริง 68%
รายการหักเหมา 60%หักตามจริง 68%
รายรับทั้งปี1,200,0001,200,000
หักค่าใช้จ่าย720,000816,000
หักลดหย่อนส่วนตัว60,00060,000
เงินได้สุทธิ420,000324,000
ภาษีที่ต้องจ่าย19,5009,900
ต่างกัน 9,600 บาทจากการเลือกวิธีหักค่าใช้จ่ายอย่างเดียว โดยที่ยอดขายและกำไรจริงเท่ากันทุกประการ

ตัวเลข 68% ในตารางไม่ใช่การเดา — มันคือผลรวมของต้นทุนสินค้า ค่าคอมมิชชั่น ค่าธุรกรรม ค่าส่งส่วนที่ร้านออก และค่าโฆษณา ซึ่งเป็นตัวเลขที่เครื่องคิดเลขหน้านี้คำนวณให้อยู่แล้วเป็นรายชิ้น

เลือกหมวดให้ตรงกับสินค้า — ค่าคอมแต่ละหมวดต่างกันมาก

ค่าธรรมเนียมรวม 18.19%อัปเดต 1 มิ.ย. 2569แหล่งอ้างอิงทางการ
ตัวเลือกเพิ่มเติม — ส่วนลด ค่าส่ง ต้นทุนอื่น ค่าคอม Affiliate

ไม่รู้ต้นทุนกล่อง/แพ็กต่อออเดอร์? คำนวณต้นทุนแพ็คให้ →

AFTERFEE

ใบแจกแจงกำไรต่อชิ้น

กำไรสุทธิ

฿000.00

กรอกราคาขาย แล้วดูกำไรจริงทันที

ใส่ราคาขายกับต้นทุนของสินค้าจริง ดูว่าค่าธรรมเนียมกินไปเท่าไรและเหลือกำไรเท่าไร — ตัวเลขนี้คือฐานตั้งต้นของการคิดภาษีทั้งหมดข้างบน

ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มที่เอามาเป็นค่าใช้จ่ายได้

ถ้าเลือกหักตามจริง ค่าธรรมเนียมทุกบรรทัดที่แพลตฟอร์มหักถือเป็นค่าใช้จ่ายของกิจการทั้งหมด อัตราปัจจุบันของแต่ละแพลตฟอร์มดึงมาจากตารางเดียวกับที่เครื่องคิดเลขใช้ จึงไม่มีวันค้างเป็นตัวเลขเก่า

อัตราค่าธรรมเนียมปัจจุบันของแต่ละแพลตฟอร์ม กลุ่มสินค้าแฟชั่น
แพลตฟอร์มค่าคอมมิชชั่นค่าธุรกรรมค่าบริการอื่นมีผลตั้งแต่
ShopeePRIME Seller (ส่งฟรี Xtra)14.98%3.21%6.42%1 มิ.ย. 2569
ShopeeMall17.12%3.21%1 มิ.ย. 2569
Shopeeร้านค้าทั่วไป14.98%3.21%1 มิ.ย. 2569
LazadaLazMall16.59%3.21%25 มิ.ย. 2569
LazadaPremium Package (ส่งฟรี+วอเชอร์)14.98%3.21%7.49%1 ก.ค. 2569
Lazadaร้านค้าทั่วไป14.98%3.21%25 มิ.ย. 2569
TikTok ShopMall13.91%3.21%8.03%สูงสุด ฿1995 ก.ค. 2569
TikTok Shopร้านค้าทั่วไป11.77%3.21%8.03%สูงสุด ฿1995 ก.ค. 2569
Thaimartร้านค้าทั่วไป0%0%7 ก.ค. 2569
ทุกอัตรารวม VAT 7% แล้ว · ดึงจากชุดข้อมูลเดียวกับเครื่องคิดเลข จึงตรงกันเสมอ · ทุกอัตรารวม VAT แล้ว และเก็บหลักฐานการหักได้จากรายงานการเงินในระบบผู้ขายของแต่ละแพลตฟอร์ม
คิดต้นทุนบรรจุภัณฑ์ต่อออเดอร์ค่ากล่องกับเทปเป็นค่าใช้จ่ายที่หักได้จริงแต่คนส่วนใหญ่กรอกเป็นตัวเลขกลม ๆ ทำให้หักได้น้อยกว่าที่จ่ายไป

คำถามที่พบบ่อย

ขายของออนไลน์รายได้เท่าไรถึงต้องเสียภาษี

ไม่มีขั้นต่ำที่ทำให้ไม่ต้องยื่น การขายของออนไลน์เป็นเงินได้ประเภทที่ 8 ซึ่งมีหน้าที่ยื่นแบบตั้งแต่บาทแรก แต่จะมีภาษีต้องจ่ายจริงก็ต่อเมื่อเงินได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้วเกิน 150,000 บาท

ค่าธรรมเนียมที่ Shopee หักไป ต้องนับเป็นรายได้ของเราด้วยไหม

ต้องนับ รายรับคือยอดที่ลูกค้าจ่าย ไม่ใช่ยอดที่โอนเข้าบัญชี ส่วนค่าธรรมเนียมที่ถูกหักไปเอาไปลงเป็นค่าใช้จ่ายของกิจการแทน ถ้าใช้ยอดเงินเข้าบัญชีเป็นรายรับ จะทั้งยื่นรายได้ต่ำกว่าจริงและคำนวณเกณฑ์ VAT 1.8 ล้านผิดไปพร้อมกัน

ต้องยื่น ภ.ง.ด.94 ด้วยหรือไม่

ต้องยื่น เพราะเงินได้จากการขายของเป็นประเภทที่ 8 ซึ่งอยู่ในกลุ่มที่กฎหมายกำหนดให้ยื่นภาษีครึ่งปี โดยนำเงินได้ระหว่างเดือนมกราคมถึงมิถุนายนมายื่นภายในเดือนกันยายน หรือถึงวันที่ 8 ตุลาคมถ้ายื่นผ่านอินเทอร์เน็ต ภาษีที่จ่ายรอบนี้นำไปเครดิตกับ ภ.ง.ด.90 ปลายปีได้

เงินเข้าบัญชีกี่ครั้งสรรพากรถึงจะเห็น

ธนาคารต้องรายงานเมื่อเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง คือฝากหรือรับโอนตั้งแต่ 3,000 ครั้งต่อปีโดยไม่ดูยอดเงิน หรือตั้งแต่ 400 ครั้งต่อปีและมียอดรวมตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป โดยนับรวมทุกบัญชีในผู้ให้บริการรายเดียวกันและส่งข้อมูลภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป

ขายของออนไลน์เป็นอาชีพเสริม ต้องยื่นแยกจากเงินเดือนไหม

ยื่นในแบบเดียวกันแต่คนละประเภทเงินได้ เงินเดือนเป็นประเภทที่ 1 ส่วนรายได้จากการขายเป็นประเภทที่ 8 ซึ่งหักค่าใช้จ่ายคนละวิธีกัน เมื่อมีเงินได้ประเภทที่ 8 ด้วย ต้องยื่นด้วยแบบ ภ.ง.ด.90 ไม่ใช่ ภ.ง.ด.91 และต้องยื่น ภ.ง.ด.94 ครึ่งปีเพิ่มด้วย

ไม่เคยยื่นภาษีเลย ตอนนี้ควรทำอย่างไร

ยื่นย้อนหลังได้และเป็นทางที่เสียหายน้อยที่สุด เพราะเบี้ยปรับกับเงินเพิ่มเดินตามเวลาที่ผ่านไป ยิ่งยื่นช้ายิ่งบานปลาย กรณีที่ยอดสะสมสูงหรือมีหลายปีค้างอยู่ ควรให้ผู้ทำบัญชีช่วยจัดชุดเอกสารก่อนเข้าไปคุยกับสรรพากรพื้นที่

แหล่งอ้างอิง