AFTERFEE

จดทะเบียน VAT สำหรับร้านออนไลน์ — เมื่อไรต้องจด และกำไรเปลี่ยนไปเท่าไร

อัปเดตล่าสุด

คำถามที่คนขายของออนไลน์ถามกันมากที่สุดเรื่อง VAT ไม่ใช่ "ต้องจดเมื่อไร" แต่เป็น "จดแล้วกำไรหายไปเท่าไร" คำตอบที่ได้ยินบ่อยคือ 7% ซึ่งสูงเกินจริงเกือบทุกกรณี หน้านี้กางตัวเลขให้ดูทีละบรรทัดว่าหายจริงเท่าไร และอะไรคือตัวแปรที่ตัดสินว่ามันจะหาย 2% หรือ 5%

ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อรายรับจากการขายก่อนหักค่าใช้จ่ายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี โดยยื่น ภ.พ.01 ภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายรับเกิน ไม่ใช่รอสิ้นปี ยอดที่นับคือราคาที่ลูกค้าจ่าย ไม่ใช่ยอดที่โอนเข้าบัญชีหลังแพลตฟอร์มหักค่าธรรมเนียมแล้ว

นับยอด 1.8 ล้านอย่างไรให้ถูก

นี่คือจุดที่ผิดกันมากที่สุด และผิดในทางที่อันตราย เพราะทำให้คิดว่ายังไม่ถึงเกณฑ์ทั้งที่เลยมาแล้วหลายเดือน กฎหมายใช้คำว่า "รายรับก่อนหักค่าใช้จ่าย" ซึ่งหมายถึงราคาที่ลูกค้าจ่าย ค่าธรรมเนียมที่แพลตฟอร์มหักเป็นค่าใช้จ่ายของร้าน ไม่ได้ทำให้รายรับลดลง

ตัวอย่างการนับรายรับเพื่อดูว่าถึงเกณฑ์จดทะเบียน VAT หรือยัง
รายการจำนวน (บาท)นับเข้าเกณฑ์ไหม
ยอดที่ลูกค้าจ่ายทั้งปี1,850,000นับ — นี่คือตัวที่ใช้เทียบกับ 1.8 ล้าน
ค่าธรรมเนียมที่แพลตฟอร์มหัก−330,000ไม่หักออกจากยอดที่นับ
ยอดที่โอนเข้าบัญชีจริง1,520,000ไม่ใช่ตัวที่ใช้ตัดสิน
ร้านนี้เกินเกณฑ์แล้วและต้องจดภายใน 30 วัน ทั้งที่เงินเข้าบัญชียังห่างจาก 1.8 ล้านอยู่เกือบสามแสน

จดแล้วต้องทำอะไรทุกเดือน

กำไรหายไปเท่าไรจริง ๆ

คำตอบสั้น ๆ คือน้อยกว่า 7% เสมอ ถ้าต้นทุนของคุณมีภาษีซื้อติดมาด้วย เพราะ VAT ที่ต้องนำส่งคือส่วนต่างระหว่างภาษีขายกับภาษีซื้อ ไม่ใช่ภาษีขายทั้งก้อน และค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มก็มี VAT อยู่ข้างในอยู่แล้ว

ลองดูสินค้าตัวหนึ่ง ราคาขาย 500 บาท ต้นทุนสินค้า 250 บาท สมมติค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มรวม 18% ของราคาขาย (อัตราจริงของแต่ละแพลตฟอร์มดูได้จากตารางถัดไป) กรณีนี้สมมติว่าไม่ขึ้นราคาขายหลังจด VAT

เปรียบเทียบกำไรต่อชิ้นก่อนและหลังจดทะเบียน VAT เมื่อขายราคาเดิม 500 บาท
รายการก่อนจด VATหลังจด VAT
ลูกค้าจ่าย500.00500.00
ภาษีขายที่ต้องแยกออก (7/107)32.71
รายได้ของร้าน500.00467.29
ต้นทุนสินค้า (ซื้อจากผู้ขายที่จด VAT)250.00233.64
ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม90.0084.11
ภาษีซื้อที่เคลมคืนได้22.25
VAT ที่ต้องนำส่ง10.46
กำไรต่อชิ้น160.00149.54
กำไรหายไป 10.46 บาท หรือ 2.09% ของราคาขาย ไม่ใช่ 7% — เพราะภาษีซื้อจากต้นทุนสินค้าและค่าธรรมเนียมหักกลบไปเกือบสองในสาม

แปลว่าการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดก่อนเข้าระบบ VAT ไม่ใช่เรื่องภาษี แต่เป็นเรื่องแหล่งซื้อ ร้านที่รับของจากซัพพลายเออร์ที่จด VAT อยู่แล้วแทบไม่รู้สึกอะไร ส่วนร้านที่รับของจากตลาดนัดหรือผู้ผลิตรายย่อยจะเจ็บเต็ม ๆ และควรคุยเรื่องใบกำกับภาษีกับซัพพลายเออร์ตั้งแต่ก่อนถึงเส้น 1.8 ล้าน

อัตราค่าธรรมเนียมจริงของแต่ละแพลตฟอร์ม

อัตราค่าธรรมเนียมปัจจุบันของแต่ละแพลตฟอร์ม กลุ่มสินค้าแฟชั่น
แพลตฟอร์มค่าคอมมิชชั่นค่าธุรกรรมค่าบริการอื่นมีผลตั้งแต่
ShopeePRIME Seller (ส่งฟรี Xtra)14.98%3.21%6.42%1 มิ.ย. 2569
ShopeeMall17.12%3.21%1 มิ.ย. 2569
Shopeeร้านค้าทั่วไป14.98%3.21%1 มิ.ย. 2569
LazadaLazMall16.59%3.21%25 มิ.ย. 2569
LazadaPremium Package (ส่งฟรี+วอเชอร์)14.98%3.21%7.49%1 ก.ค. 2569
Lazadaร้านค้าทั่วไป14.98%3.21%25 มิ.ย. 2569
TikTok ShopMall13.91%3.21%8.03%สูงสุด ฿1995 ก.ค. 2569
TikTok Shopร้านค้าทั่วไป11.77%3.21%8.03%สูงสุด ฿1995 ก.ค. 2569
Thaimartร้านค้าทั่วไป0%0%7 ก.ค. 2569
ทุกอัตรารวม VAT 7% แล้ว · ดึงจากชุดข้อมูลเดียวกับเครื่องคิดเลข จึงตรงกันเสมอ · ทุกอัตราในตารางนี้รวม VAT อยู่แล้ว ส่วนนั้นจึงกลายเป็นภาษีซื้อที่เคลมได้เมื่อจดทะเบียนแล้ว

เลือกหมวดให้ตรงกับสินค้า — ค่าคอมแต่ละหมวดต่างกันมาก

ค่าธรรมเนียมรวม 18.19%อัปเดต 1 มิ.ย. 2569แหล่งอ้างอิงทางการ
ตัวเลือกเพิ่มเติม — ส่วนลด ค่าส่ง ต้นทุนอื่น ค่าคอม Affiliate

ไม่รู้ต้นทุนกล่อง/แพ็กต่อออเดอร์? คำนวณต้นทุนแพ็คให้ →

AFTERFEE

ใบแจกแจงกำไรต่อชิ้น

กำไรสุทธิ

฿000.00

กรอกราคาขาย แล้วดูกำไรจริงทันที

ใส่ราคาขายกับต้นทุนจริงของสินค้าคุณ ดูกำไรต่อชิ้นก่อน แล้วค่อยเอาไปเทียบกับตารางข้างบนว่าจด VAT แล้วเหลือเท่าไร

ขึ้นราคา 7% เพื่อชดเชยได้ไหม

ทำได้และเป็นทางที่ตรงที่สุด แต่บนแพลตฟอร์มที่ผู้ซื้อเรียงตามราคา การขึ้น 7% อาจทำให้ยอดหายมากกว่ากำไรที่ได้คืน ทางที่เสี่ยงน้อยกว่าคือดูเป็นรายตัว — สินค้าที่ลูกค้าเทียบราคาหนักให้กลืนไว้ก่อน ส่วนสินค้าที่คนซื้อเพราะร้านหรือเพราะไม่มีที่อื่นขาย ค่อยขยับ

หาจุดคุ้มทุน — ต้องตั้งราคาเท่าไรถึงได้กำไรที่ต้องการใส่กำไรต่อชิ้นที่อยากได้ แล้วให้มันคำนวณราคาขายย้อนกลับ ใช้ตั้งราคาใหม่หลังเข้าระบบ VAT ได้ตรง ๆ

ข้อดีของการจด VAT ที่คนมักมองข้าม

ถ้าเลยเกณฑ์มาแล้วแต่ยังไม่ได้จด

สถานะทางกฎหมายคือมีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มตั้งแต่วันที่รายรับเกินแล้ว แม้จะยังไม่ได้จดทะเบียน ปัญหาจริงคือภาษีขายในช่วงที่ผ่านมาต้องนำส่งเองทั้งหมด เพราะย้อนไปเก็บ 7% จากลูกค้าเก่าไม่ได้แล้ว ยิ่งช้ายอดยิ่งบวม

  1. รวมยอดขายรายเดือนย้อนหลังให้รู้ว่าเกินเกณฑ์วันไหน
  2. รวบรวมใบกำกับภาษีซื้อของช่วงนั้นให้ครบที่สุด — ทุกใบคือภาษีที่หักกลบได้
  3. ให้ผู้ทำบัญชีประเมินยอดภาษี เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มก่อนเข้าไปคุย
  4. ยื่น ภ.พ.01 และเข้าพบสรรพากรพื้นที่เพื่อจัดการส่วนที่ค้าง

คำถามที่พบบ่อย

รายได้เท่าไรต้องจด VAT

เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีจากรายรับก่อนหักค่าใช้จ่าย ต้องยื่นคำขอจดทะเบียน ภ.พ.01 ภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายรับเกิน ไม่ใช่รอสิ้นปีแล้วค่อยจด

ยอด 1.8 ล้านนับจากเงินที่โอนเข้าบัญชีหรือยอดที่ลูกค้าจ่าย

นับจากยอดที่ลูกค้าจ่าย ซึ่งคือรายรับก่อนหักค่าใช้จ่าย ค่าธรรมเนียมที่แพลตฟอร์มหักไปเป็นค่าใช้จ่ายของร้าน ไม่ได้ทำให้รายรับลดลง ร้านที่ใช้ยอดเงินเข้าบัญชีเป็นตัวเทียบมักคิดว่ายังไม่ถึงเกณฑ์ทั้งที่เลยมาหลายเดือนแล้ว

จด VAT แล้วกำไรหายไป 7% เลยไหม

ไม่ถึง เพราะสิ่งที่ต้องนำส่งคือส่วนต่างระหว่างภาษีขายกับภาษีซื้อ ในตัวอย่างสินค้าราคา 500 บาทที่ซื้อของจากผู้ขายที่จด VAT กำไรหายไปประมาณ 2.1% ของราคาขาย แต่ถ้าซื้อของจากคนที่ออกใบกำกับภาษีไม่ได้ จะหายราว 5.4% ตัวแปรหลักคือแหล่งซื้อของ ไม่ใช่อัตราภาษี

ค่าธรรมเนียม Shopee Lazada เคลมภาษีซื้อได้ไหม

ได้ ถ้าได้รับใบกำกับภาษีจากแพลตฟอร์ม อัตราค่าธรรมเนียมที่ประกาศเป็นราคารวม VAT อยู่แล้ว ส่วน VAT ที่อยู่ข้างในจึงเป็นภาษีซื้อที่นำไปหักกับภาษีขายได้เมื่อจดทะเบียนแล้ว เอกสารดาวน์โหลดได้จากรายงานการเงินในระบบผู้ขาย

รายได้ไม่ถึง 1.8 ล้าน จด VAT เองได้ไหม

ได้ กฎหมายเปิดให้ขอจดโดยสมัครใจ ซึ่งคุ้มเมื่อขายส่งให้ร้านที่ต้องการใบกำกับภาษี หรือมีค่าใช้จ่ายที่มีภาษีซื้อสูงมาก แต่ต้องแลกกับการยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือนและงานเอกสารที่เพิ่มขึ้นถาวร

จดแล้วต้องออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้าทุกคนไหม

ต้องออกทุกครั้งที่ความรับผิดในการเสียภาษีเกิดขึ้น แม้ลูกค้าจะไม่ได้ขอก็ตาม โดยเป็นหน้าที่ของร้าน ไม่ใช่ของแพลตฟอร์ม เพราะแพลตฟอร์มเป็นเพียงตัวกลาง ร้านที่มีออเดอร์จำนวนมากมักใช้ระบบ e-Tax Invoice ต่อกับข้อมูลออเดอร์เพื่อไม่ต้องออกทีละใบ

แหล่งอ้างอิง