ร้านที่ซื้อสินค้ามาขายต่อโดยไม่ได้ผลิตเอง เลือกหักค่าใช้จ่ายได้สองแบบ คือหักเหมา 60% ของรายรับโดยไม่ต้องมีเอกสาร หรือหักตามจริงเท่าที่จ่ายและมีหลักฐาน จุดคุ้มทุนอยู่ที่ต้นทุนจริงเท่ากับ 60% พอดี ถ้าต้นทุนจริงสูงกว่านั้นการหักตามจริงเสียภาษีน้อยกว่า ซึ่งเป็นกรณีของร้านที่ขายบนแพลตฟอร์มเกือบทั้งหมด
สองวิธีต่างกันตรงไหน
| หัวข้อ | หักเหมา 60% | หักตามจริง |
|---|---|---|
| หักได้เท่าไร | 60% ของรายรับ ตายตัว | เท่าที่จ่ายจริง ไม่จำกัดเพดาน |
| เอกสาร | ไม่ต้องมี | ต้องมีหลักฐานทุกรายการ |
| บัญชี | ไม่ต้องทำ | ต้องทำรายงานเงินสดรับจ่าย |
| เหมาะกับ | ร้านที่ต้นทุนต่ำหรือไม่มีเอกสาร | ร้านที่ต้นทุนจริงเกิน 60% |
| ความเสี่ยงตอนถูกตรวจ | ต่ำ ตัวเลขตรงไปตรงมา | ค่าใช้จ่ายที่ไม่มีหลักฐานถูกตัดออกได้ |
ต้นทุนจริงของร้านแพลตฟอร์มอยู่ที่กี่เปอร์เซ็นต์
คนที่เลือกหักเหมาเพราะคิดว่า "ต้นทุนไม่น่าถึง 60%" มักลืมนับสามอย่าง คือค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ค่าส่งส่วนที่ร้านออกเอง และค่าโฆษณา สามตัวนี้รวมกันมักเกิน 20% ของยอดขาย ก่อนจะเริ่มนับต้นทุนสินค้าเสียด้วยซ้ำ
| รายการ | ช่วงที่พบบ่อย |
|---|---|
| ต้นทุนสินค้า | 45–55% |
| ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม | ดูอัตราจริงในตารางถัดไป |
| ค่าขนส่งส่วนที่ร้านรับผิดชอบ | 2–5% |
| ค่ากล่อง เทป และวัสดุแพ็ก | 1–3% |
| ค่าโฆษณาในแพลตฟอร์ม | 3–10% |
| แพลตฟอร์ม | ค่าคอมมิชชั่น | ค่าธุรกรรม | ค่าบริการอื่น | มีผลตั้งแต่ |
|---|---|---|---|---|
| ShopeePRIME Seller (ส่งฟรี Xtra) | 14.98% | 3.21% | 6.42% | 1 มิ.ย. 2569 |
| ShopeeMall | 17.12% | 3.21% | — | 1 มิ.ย. 2569 |
| Shopeeร้านค้าทั่วไป | 14.98% | 3.21% | — | 1 มิ.ย. 2569 |
| LazadaLazMall | 16.59% | 3.21% | — | 25 มิ.ย. 2569 |
| LazadaPremium Package (ส่งฟรี+วอเชอร์) | 14.98% | 3.21% | 7.49% | 1 ก.ค. 2569 |
| Lazadaร้านค้าทั่วไป | 14.98% | 3.21% | — | 25 มิ.ย. 2569 |
| TikTok ShopMall | 13.91% | 3.21% | 8.03%สูงสุด ฿199 | 5 ก.ค. 2569 |
| TikTok Shopร้านค้าทั่วไป | 11.77% | 3.21% | 8.03%สูงสุด ฿199 | 5 ก.ค. 2569 |
| Thaimartร้านค้าทั่วไป | 0% | 0% | — | 7 ก.ค. 2569 |
เลือกหมวดให้ตรงกับสินค้า — ค่าคอมแต่ละหมวดต่างกันมาก
ตัวเลือกเพิ่มเติม — ส่วนลด ค่าส่ง ต้นทุนอื่น ค่าคอม Affiliate
ไม่รู้ต้นทุนกล่อง/แพ็กต่อออเดอร์? คำนวณต้นทุนแพ็คให้ →
AFTERFEE
ใบแจกแจงกำไรต่อชิ้น
กำไรสุทธิ
฿000.00
กรอกราคาขาย แล้วดูกำไรจริงทันที
ใส่ราคาขาย ต้นทุน ค่าส่ง และค่าโฆษณาของสินค้าจริง แล้วดูว่าต้นทุนรวมคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของราคาขาย — นั่นคือตัวเลขที่ใช้เทียบกับเส้น 60%
เทียบภาษีจริงที่ต้องจ่าย
สมมติรายรับทั้งปี 1,200,000 บาท มีค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาทอย่างเดียว แล้วไล่ดูว่าถ้าต้นทุนจริงอยู่ที่ระดับต่าง ๆ ภาษีจะต่างกันเท่าไร
| ต้นทุนจริง | ภาษีถ้าหักตามจริง | ภาษีถ้าหักเหมา 60% | ส่วนต่าง |
|---|---|---|---|
| 55% ของยอดขาย | 25,500 | 19,500 | หักเหมาคุ้มกว่า 6,000 |
| 60% ของยอดขาย | 19,500 | 19,500 | เท่ากันพอดี |
| 65% ของยอดขาย | 13,500 | 19,500 | หักตามจริงคุ้มกว่า 6,000 |
| 70% ของยอดขาย | 7,500 | 19,500 | หักตามจริงคุ้มกว่า 12,000 |
| 75% ของยอดขาย | 4,500 | 19,500 | หักตามจริงคุ้มกว่า 15,000 |
ค่าใช้จ่ายที่หักได้จริงเมื่อเลือกหักตามจริง
- ต้นทุนสินค้าที่ซื้อมาขาย รวมค่าขนส่งขาเข้าและค่านำเข้า
- ค่าคอมมิชชั่น ค่าธุรกรรม และค่าบริการทุกบรรทัดที่แพลตฟอร์มหัก
- ค่าโฆษณาในแพลตฟอร์ม Facebook Google และค่าคอมมิชชั่นนักรีวิว
- ค่าขนส่งส่วนที่ร้านออกเอง และส่วนลดค่าส่งที่ร้านร่วมโปรโมชัน
- ค่ากล่อง ซองไปรษณีย์ เทป บับเบิล และวัสดุแพ็กทุกชนิด
- ค่าเช่าโกดังหรือพื้นที่เก็บของ ค่าจ้างแพ็กของ ค่าน้ำค่าไฟส่วนที่ใช้ในกิจการ
- ค่าอุปกรณ์ที่ใช้ทำงาน เช่น เครื่องพิมพ์ใบปะหน้า เครื่องชั่ง กล้อง
เอกสารที่ต้องเก็บถ้าเลือกหักตามจริง
- รายงานเงินสดรับจ่าย บันทึกรายวันตามลำดับเวลา
- ใบเสร็จหรือใบกำกับภาษีของทุกรายจ่าย เรียงตามเดือน
- รายงานการเงินจากระบบผู้ขายของแต่ละแพลตฟอร์ม ซึ่งแจกแจงค่าธรรมเนียมทุกบรรทัดอยู่แล้ว
- สเตทเมนต์บัญชีธนาคารที่ใช้รับเงินจากการขาย
- หลักฐานการจ่ายเงินสำหรับรายการที่จ่ายเป็นเงินสด เช่น ใบสำคัญรับเงินพร้อมสำเนาบัตรผู้รับ
ข้อสามคือของฟรีที่คนไม่ค่อยใช้ รายงานการเงินของแพลตฟอร์มดาวน์โหลดเป็นไฟล์ได้ และมันแจกแจงค่าคอมมิชชั่น ค่าธุรกรรม ค่าโฆษณา และค่าส่งที่ร้านออกไว้ครบทุกออเดอร์ นั่นคือค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่สุดของร้านที่มีหลักฐานพร้อมอยู่แล้วโดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม
ภาพรวมภาษีขายของออนไลน์ทั้งหมดทั้งภาษีเงินได้ เกณฑ์ VAT 1.8 ล้าน และเกณฑ์ที่ธนาคารส่งข้อมูลให้สรรพากร